น้ำแพค ความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

ในยุคปัจจุบัน น้ำดื่มบรรจุขวดหรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “น้ำแพค” กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ด้วยความสะดวกสบายและการเข้าถึงที่ง่ายดาย แต่เบื้องหลังของน้ำแพคที่เราพบเห็นตามห้างร้านและซูเปอร์มาร์เก็ต กลับมีปัญหามากมาย ทั้งในเรื่องของกระบวนการผลิต ราคา ความสะอาด และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บทความนี้จะเจาะลึกถึงปัญหาเหล่านี้ รวมถึงผลกระทบต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมจากการใช้น้ำแพคเป็นประจำ

กระบวนการผลิตน้ำแพค
กระบวนการผลิตน้ำแพคเริ่มต้นจากการจัดหาน้ำดิบ ซึ่งมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติน้ำผิวดินหรือน้ำใต้ดิน น้ำที่นำมาผลิตยังต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพเป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดจากสารพิษและเชื้อโรค  เช่น น้ำบาดาล หรือน้ำประปา โดยน้ำดิบนี้จะต้องผ่านการกรองและฆ่าเชื้อในหลายขั้นตอนเพื่อให้ได้คุณภาพที่เหมาะสมสำหรับการบริโภค กระบวนการกรองที่นิยมใช้มีหลายระบบ ได้แก่

  1. การกรองแบบไมโครฟิลเทรชัน (MF)
    เป็นกระบวนการกรองอนุภาคขนาดใหญ่ เช่น ฝุ่น สิ่งสกปรก และแบคทีเรียบางชนิด โดยใช้แผ่นกรองที่มีขนาดรูกรองประมาณ 1ไมครอน เพื่อดักจับสารแขวนลอยและสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่
  2. การกรองแบบอัลตราฟิลเทรชัน (UF)
    การกรองนี้ใช้รูกรองที่มีขนาดเล็กกว่า MF 0.1 ไมครอน สามารถดักจับไวรัส แบคทีเรีย และสารเคมีบางชนิด ทำให้กระบวนการนี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในการขจัดเชื้อโรคที่เล็กกว่าระดับแบคทีเรีย
  3. การกรองแบบนาโนฟิลเทรชัน (NF)
    ระบบ NF ใช้รูกรองที่มีขนาดเล็กมาก 0.001 ไมครอน สามารถขจัดโมเลกุลขนาดเล็ก เช่น ไอออนของสารละลายและสารเคมีบางชนิด จึงเหมาะสำหรับการกรองสารปนเปื้อนที่มาจากมลพิษทางเคมีในน้ำ
  4. การกรองแบบรีเวอร์สออสโมซิส (RO)
    กระบวนการนี้เป็นระบบกรองที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้แผ่นกรองที่สามารถกรองได้ถึงระดับโมเลกุล ขนาดรูกรองประมาณ 0.0001 ไมครอน สามารถขจัดสารปนเปื้อนทั้งหมด รวมถึงเกลือ สารเคมี โลหะหนัก และเชื้อโรคต่างๆ ทำให้น้ำที่ได้เป็นน้ำบริสุทธิ์มากที่สุด
  5. การฆ่าเชื้อโรค
    หลังจากผ่านกระบวนการกรอง น้ำจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการฆ่าเชื้อ ซึ่งนิยมใช้การฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) หรือคลอรีน เพื่อทำลายเชื้อโรคและจุลินทรีย์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่
  6. การบรรจุในขวดพลาสติก
    น้ำที่ผ่านกระบวนการกรองและฆ่าเชื้อแล้วจะถูกส่งไปยังสายการผลิตที่ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติบรรจุลงในขวดพลาสติกที่ผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเช่นกัน ขวดพลาสติกส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติก PET ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการรั่วไหลและทนทานต่อการเก็บรักษา

ราคาและความน่าเชื่อถือ
น้ำแพคมีราคาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับแบรนด์และขนาดของขวด ตัวอย่างเช่น

  • น้ำขวดเล็กขนาด 500 มิลลิลิตร มีราคาประมาณ 7-10 บาทต่อขวด
  • น้ำแพคขนาด 6 ขวด 1.5 ลิตร ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50-70 บาท
  • น้ำแพคขนาด 12 ขวด 1.5 ลิตร ราคาอยู่ที่ 80-120 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ

ราคาน้ำแพคอาจสูงขึ้นในช่วงที่มีความต้องการสูง เช่น ในช่วงหน้าร้อนหรือในพื้นที่ที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด ความแตกต่างของราคานี้ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำและกระบวนการผลิต บางยี่ห้อที่เน้นคุณภาพหรือมีการผลิตที่เข้มงวดอาจมีราคาสูงขึ้น ซึ่งในระยะยาว การซื้อน้ำแพคเพื่อบริโภคอย่างต่อเนื่องอาจเป็นภาระทางการเงินสำหรับบางกลุ่ม

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการขาดแคลนน้ำสะอาด ราคาน้ำแพคอาจสูงขึ้นอย่างมาก การเลือกใช้น้ำแพคในระยะยาวจึงอาจเป็นภาระทางการเงิน อีกทั้งคุณภาพของน้ำดื่มในบางพื้นที่ยังอาจไม่สามารถควบคุมได้อย่างทั่วถึง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ความสะอาดของน้ำแพค
แม้ว่าน้ำแพคจะได้รับการโฆษณาว่าเป็นน้ำสะอาดและบริสุทธิ์ แต่น้ำแพคบางยี่ห้ออาจไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดตามที่โฆษณาไว้ ยิ่งไปกว่านั้น ขวดพลาสติกที่ใช้บรรจุน้ำอาจมีสารเคมีปนเปื้อน เช่น บิสฟีนอล เอ (BPA) ซึ่งเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว นอกจากนี้ การเก็บรักษาน้ำแพคในที่ที่มีอุณหภูมิสูงอาจส่งผลให้สารเคมีจากขวดพลาสติกละลายลงในน้ำได้

ปัญหาการเพิ่มปริมาณขยะพลาสติกและไมโครพลาสติก
ขวดพลาสติกที่ใช้ในการบรรจุน้ำแพคเป็นแหล่งสำคัญของขยะพลาสติกทั่วโลก แม้ว่าบางขวดจะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ถูกนำไปใช้งานซ้ำ สุดท้าย ขยะพลาสติกเหล่านี้มักลงเอยในแหล่งน้ำและทะเล กลายเป็นไมโครพลาสติกที่เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและส่งผลกระทบต่อทั้งสัตว์และมนุษย์ ปัญหานี้ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวัน

ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาปวดหลัง

การแบกยกน้ำแพคเป็นประจำ โดยเฉพาะในขวดขนาดใหญ่ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหากับอาการปวดหลัง น้ำแพคในปริมาณมากอาจมีน้ำหนักที่เกินกว่าจะรับได้ง่าย และอาจเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ โดยเฉพาะหากมีการแบกยกในท่าที่ไม่ถูกต้อง

น้ำแพคเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะดวกสบายและมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตในบางสถานการณ์ แต่ในระยะยาวการใช้น้ำแพคอย่างต่อเนื่องกลับก่อให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งในแง่ของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การหาวิธีการลดการใช้ขวดน้ำพลาสติกและหาทางเลือกในการจัดการน้ำสะอาดอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้น้ำแพคเป็นจำนวนมาก

 

Reference

  1. “Environmental Impact of Plastic Bottled Water” – Environmental Research Letters (2021)
  2. “Microplastics in Bottled Water: Current Issues and Future Perspectives” – ScienceDirect (2020)
  3. “Health Risks Associated with Plastic Bottles” – Journal of Environmental Health (2019)
Close
Sign in
Close
Cart (0)

No products in the cart. No products in the cart.