เลือกระบบกรองน้ำดื่มที่ใช่สำหรับคุณ แบบไหนสะอาดและปลอดภัยที่สุด ?
การดื่มน้ำที่สะอาดและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ การเลือกระบบกรองน้ำดื่มที่เหมาะสมสามารถช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าน้ำที่ดื่มนั้นปลอดจากสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับระบบกรองน้ำดื่มแต่ละประเภท โดยแบ่งตามขนาดรูตัวกรองและประสิทธิภาพในการกรองไมโครพลาสติกและฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของคุณ
1. ระบบกรองน้ำแบบไมโครฟิลเตชัน (Microfiltration – MF)
ระบบกรองน้ำแบบไมโครฟิลเตชันใช้ตัวกรองที่มีขนาดรูเล็กประมาณ 0.1 ไมครอน สามารถกำจัดแบคทีเรียขนาดใหญ่ ตะกอนเล็ก และฝุ่น PM 2.5 ได้บางส่วน แต่มีประสิทธิภาพน้อยในการกรองไมโครพลาสติก เนื่องจากตัวกรองไม่เล็กพอที่จะดักจับอนุภาคพลาสติกที่มีขนาดเล็กมาก
- ข้อดี สามารถกำจัดแบคทีเรียและฝุ่น PM 2.5 ได้บ้าง
- ข้อเสีย ไม่สามารถกรองไวรัส ไมโครพลาสติก หรือสารเคมีที่ละลายในน้ำได้
2. ระบบกรองน้ำแบบอัลตราฟิลเตชัน (Ultrafiltration – UF)
ระบบกรองน้ำแบบอัลตราฟิลเตชันมีขนาดรูตัวกรองประมาณ 0.01 ไมครอน สามารถกำจัดแบคทีเรีย จุลินทรีย์ขนาดเล็ก ไมโครพลาสติกขนาดใหญ่กว่า 0.01 ไมครอน และฝุ่น PM 2.5 ได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับระบบไมโครฟิลเตชัน แต่ยังคงมีข้อจำกัดในการกรองไวรัสและสารเคมีบางประเภทที่ละลายในน้ำ
- ข้อดี กำจัดแบคทีเรีย จุลินทรีย์ ไมโครพลาสติกบางส่วน และฝุ่น PM 2.5 ได้ดี
- ข้อเสีย ไม่สามารถกรองไวรัสที่มีขนาดเล็กมากหรือสารเคมีที่ละลายในน้ำได้ทั้งหมด
3. ระบบกรองน้ำแบบนาโนฟิลเตชัน (Nanofiltration – NF)
ระบบนาโนฟิลเตชันใช้ตัวกรองที่มีขนาดรูประมาณ 0.001 ไมครอน สามารถกรองได้ทั้งจุลินทรีย์ ไวรัสขนาดใหญ่ ไมโครพลาสติกขนาดเล็ก และสารอินทรีย์บางชนิด เช่น ยาฆ่าแมลง รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ระบบนี้มีประสิทธิภาพสูงในการกรองน้ำที่ปนเปื้อนหลายประเภท
- ข้อดี สามารถกำจัดจุลินทรีย์ ไวรัสบางชนิด ไมโครพลาสติกขนาดเล็ก และฝุ่น PM 2.5 ได้ดี
- ข้อเสีย ไม่สามารถกรองสารเคมีบางชนิดที่มีขนาดเล็กมากได้ทั้งหมด
4. ระบบกรองน้ำแบบรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis – RO)
ระบบกรองน้ำแบบรีเวิร์สออสโมซิส (RO) เป็นระบบที่มีขนาดรูตัวกรองเล็กที่สุด ประมาณ 0.0001 ไมครอน สามารถกรองสารเคมี แบคทีเรีย ไวรัส ไมโครพลาสติกทุกขนาด และฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดในครัวเรือน เนื่องจากสามารถให้ความสะอาดและความปลอดภัยสูงสุดของน้ำที่ดื่ม
- ข้อดี กำจัดสิ่งปนเปื้อนทุกชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเชื้อโรค สารเคมี ไมโครพลาสติกทุกขนาด และฝุ่น PM 2.5
- ข้อเสีย ระบบกรอง RO อาจกรองแร่ธาตุที่มีประโยชน์บางชนิดออกไปจากน้ำดื่ม แต่สามารถติดตั้งตัวกรองเสริมเพื่อเติมแร่ธาตุให้กับน้ำได้ อย่างไรก็ตาม ร่างกายของเรายังสามารถได้รับแร่ธาตุหลักที่จำเป็นอย่างเพียงพอจากการรับประทานอาหารในแต่ละวันอยู่แล้ว
ทำไมระบบกรองแบบ RO ถึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด?
ระบบกรองน้ำแบบรีเวิร์สออสโมซิส (RO) เป็นระบบที่สามารถกรองน้ำได้ละเอียดที่สุด มีความสามารถในการกำจัดสารปนเปื้อนทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส สารเคมี และไมโครพลาสติกทุกขนาด รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ที่อาจแฝงตัวอยู่ในน้ำดื่ม ทำให้ระบบนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในครัวเรือนที่ต้องการความสะอาดและปลอดภัยที่สุด
References:
- Crittenden, J. C., Trussell, R. R., Hand, D. W., Howe, K. J., & Tchobanoglous, G. (2012). MWH’s Water Treatment: Principles and Design. John Wiley & Sons.
- World Health Organization (WHO). (2017). Guidelines for Drinking-water Quality.
- Li, X., Chen, C., & Reinhard, M. (2018). “Impacts of Microplastics and Nanoplastics on Human Health: Knowledge Gaps and Research Needs.” Environmental Science & Technology, 52(24), 13803-13805.